วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ระบบงานพิมพ์ในการทำงานพิมพ์โบรชัวร์


         งานพิมพ์โบรชัวร์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีผู้รับพิมพ์โบรชัวร์มาก ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกที่หลากหลายในการสั่งทำ ซึ่งระบบสื่อสิ่งพิมพ์นั้นก็แยกออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 2 ประเภท ได้แก่ งานพิมพ์ดิจิตอล และงานพิมพ์ระบบออฟเซต ซึ่งทั้ง สองแบบก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
1.งานพิมพ์โบรชัวร์ระบบดิจิตอล หากเป็นงานรีบ งานด่วน นี้เป็นตัวเลือกที่ดี ในการรับพิมพ์โบรชัวร์หากทำในระบบดิจิตอลนั้น ไม่มีขั้นต่ำในการรับทำสามารถสั่งทำได้ตามจำนวนที่ต้องการใช้งานจริงได้เลย และได้งานเร็ว แต่บางทีอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดงานเพราะ ส่วนใหญ่แล้วขนาดที่ทำได้ใหญ่สุดจะเป็น A-2
2.งานพิมพ์โบรชัวร์ระบบออฟเซต งานที่ได้ออกมาสีจะแน่นกว่าดิจิตอล แต่ระยะเวลาในการผลิตจะนานกว่า และต้องทำในปริมาณที่เยอะถึงจะคุ้ม เพราะหากทำในปริมาณที่น้อยค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าดิจิตอล
        จะเห็นว่าในการรับพิมพ์โบรชัวร์ทั้ง 2 ระบบ มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจะเลือกทำแบบไหนควรจะเปรียญเทียบกับปัจจัยในหลายๆด้าน เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้งานนั้นเอง

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

รูปแบบการพิมพ์ของงานพิมพ์คูปองชิงโชค



          งานพิมพ์คูปองชิงโชค ส่วนใหญ่จะนิยมพิมพ์สี มากกว่าพิมพ์ขาวดำ เพื่อสีสันที่สวยงามนั้นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบงานด้วยว่าจะทำออกมาแนวไหน โทนสีแบบไหน ซึ่งในการทำคูปองชิงโชคนั้น หากว่าเป็นงานพิพม์ดิจิตอล ก็จะแบ่งออกเป็น
    1.พิมพ์ 1 สี ได้แก่สีดำ นอกเหนือจากสีดำ เช่น สีชมพู เขียว แม้จะพิมพ์สีเดียวก็นับเป็นงานพิมพ์ 4 สี
    2.พิมพ์ 4 สี คือ ทุกๆสี นับเป็นงานพิมพ์ 4 สี หากว่าพิมพ์สีดำและสีแดง ก็ถือว่าเป็นงานพิมพ์ 4 สี
หากเป็นงานพิมพ์คูปองชิงโชค ที่ทำในระบบออฟเซต ก็จะแบ่งออกเป็น
    1.สีดำ แดง น้ำเงิน เหลือง นับแยกเป็นแต่ละสี หากพิมพ์สีดำ และสีแดง ก็คือพิมพ์ 2 สี นั้นเอง
    2.พิมพ์ 4 สี ก็ คือ ทุกๆสี รวมกัน ไม่ต่างจากงานพิมพ์ดิจิตอล
หากว่างานรีบ งานด่วน รีบทำ รีบใช้ ก็ต้องเลือกเป็นแบบดิจิตอล และไม่มีขั้นต่ำ แต่ถ้าหากว่ามีเวลาไม่รีบร้อน ยอดสั่งทำเยอะ สีแน่น ก็ต้องเลือกเป็นออฟเซตเลย แต่สำหรับงานสื่อสิ่งพิมพ์ หรือ งานพิมพ์คูปองชิงโชคนั้น งานพิมพ์สีเดียวหรือพิมพ์สีดำนั้น จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่างานพิมพ์สี

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขนาดมาตราฐานของงานพิมพ์เมนูอาหาร



ในการสั่งทำเมนูอาหาร หากจะให้ง่ายในการขอราคาและงานในการจัดทำ ขนาดของงานควรจะเป็น ขนาดมาตราฐาน ซึ่งขนาดงานพิมพ์เมนูอาหารนั้น ส่วนใหญ่ที่ทางร้านที่รับพิมพ์เมนูอาหารนิยมทำ ก็จะมี
    1.ขนาดสำเร็จ A-4 (8.25'' x 11.5'')
เมนูอาหารขนาด A-4 นั้น จะนิยมทำกันเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบหมุด ปีกผีเสื้อ เข้าห่วง หรือเย็บมุงหลังคา โดยที่ A-4 จะเป็นขนาดสำเร็จ พอกางออกทั้งหมดก็จะเป็นขนาด A-3 นั้นเอง
    2.ขนาดสำเร็จ A-3 (11.5'' x 16.5'')
เมนูอาหารขนาดสำเร็จ A-3 ถือว่าค่อนข้างใหญ่ คือใหญ่เป็นอีกเท่าตัวของขนาด A-4 นั้นเอง รูปแบบของเมนูอาหารขนาด A-3 นั้นจะนิยมทำเป็นแบบเย็บหมุด เข้าห่วง หรือแบบแผ่นพลาสวูด
    3.ขนาดตามความต้องการ ขึ้นอยู่กับการออกแบบว่าอยากได้ขนาดงานเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่แล้วทางร้านที่รับพิมพ์เมนูอาหารนั้น จะทำขนาดใหญ่สุดได้ไม่เกิน A-2 (16.5'' x 23'') ในกรณีของงานพิมพ์ดิจิตอล

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อแนะนำในการเมนูอาหารแบบเย็บหมุด


        งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด หรือตอกหมุดนั้น ส่วนใหญ่ที่มีการรับทำเมนูอาหารหรือรับพิมพ์เมนูอาหารนั้น ตัวปกจะนิยมทำเป็นจั่วปังหรือกระดาษแข็งแล้วหุ้มด้วยกระดาษสติ๊กเกอร์ และจะมีการตีเส้นพับทุกหน้าตรงขอบเล่มเพื่อสะดวกในการเปิดดู และจะนิยมเคลือบไม่ว่าจะเป็นเคลือบเงาหรือเคลือบด้านเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เมนูอาหาร ดังนั้นเรามาดูข้อแนะนำสำหรับการทำงานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดกันว่ามีอะไรบ้าง

1.เมนูอาหารแบบเย็บหมุดไม่ควรเลือกทำตัวรูปเล่มเป็นโทนสีดำหรือสีเข้มเพราะ งานสีเข้มเวลาตีเส้นพับ ในส่วนที่ตีเส้นพับตัวกระดาษจะแตกและเป็นรอยไม่สวย โดยเฉพาะถ้าเลือกใช้กระดาษที่มีความหนามากๆ ก็จะยิ่งเกิดรอยแตกได้เยอะ และเวลาคลือบตัวพลาสติกที่ใช้เคลือบก็จะพองตัวเช่นกัน

2.เวลาทำไฟล์งานสำหรับใช้พิมพ์ ควรจะมีการเผื่อขนาดของสำหรับไว้เย็บหมุดและในส่วนของเนื้อในควรเว้นขอบไว้ขยับออกมาให้มากกว่าปกนอกเพราะเวลาเข้าเล่มแล้วเปิดออก ส่วนที่ตีเส้นพับด้านในจะได้พอดีกับเส้นพับของปกนอก

3.งานพิมพ์เมนูอาหารที่มีการ SpotUV ควรจะทำการเคลือบด้วยเพื่อเพิ่มความสวยงานให้กับงานพิมพ์
ข้อความข้างบนเป็นเพียงข้อแนะนำบ้างส่วนในการทำเมนูอาหาร สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มทำงานพิมพ์เมนูอาหาร ซึ่งหากว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเวลาที่ติดต่อกับผู้ที่รับทำเมนูอาหารสามารถขอคำปรึกษาได้เพราะผู้ที่มีความชำนาญในงานพิมพ์ย่อมสามารถให้ข้อมูลดีๆได้

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

รูปแบบนามบัตรที่นิยมใช้กัน


งานพิมพ์นามบัตรมีมากมายหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งตามร้านหรือผู้ที่ให้บริการรับพิมพ์นามบัตรนั้น ก็จะมีนามบัตรขนาดหรือรูปแบบมาตราฐานไว้ให้ลูกค้าเลือก เผื่อง่ายในการตัดสินใจนั้นเอง และนามบัตรนั้นที่นิยมทำกันก็จะมีทั้งแบบที่พิมพ์หน้าเดียว และพิมพ์หน้า-หลัง ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยขนาดมาตราฐานของนามบัตรนั้นจะอยู่ที่ขนาด
    • 5.5 cm x 9 cm
    • 5 cm x 9 cm
    • 4.5 cm x 8.5 cm
หรือขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้นามบัตรไซต์ไหน พิมพ์สีปกติหรือว่าจะพิมพ์ สีดำสีเดียว ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบงาน นอกจากการพิมพ์สีตามปกติแล้ว ในการพิมพ์นามบัตรนั้นสามารถใช้เทคนิคทางการพิมพ์เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับนามบัตรได้ เช่นการเคลือบลามิเนต Spot UV ปั๊มนูน ปั๊มฟอยล์ การไดคัทมุมมน เป็นต้น เทคนิคพิเศษในการทำงานพิมพ์ที่กล่าวไปผู้ที่ให้บริการรับพิมพ์นามบัตรจะมีอยู่แล้วทุกที่ หากว่าสนใจเวลาทำก็สามารถสอบถามกับผู้ที่รับพิมพ์งานได้เลย หรือหากไม่รู้ว่าอะไรเป็นแบบไหนสามารถหาข้อมูลหรือตัวอย่างงานได้ตามเว็บไซต์หรืออินเตอร์เน็ต

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

สติ๊กเกอร์ไดคัท คืออะไร??


       สติ๊กเกอร์ไดคัทหรือการไดคัทสติ๊กเกอร์นั้น คืออะไรใครหลายคนอาจจะสงสัยการไดคัทสติ๊กเกอร์ก็คือการตัดสติ๊กเกอร์ที่ออกมาเป็นขนาดสำเร็จแล้วนั้นจะเป็นรูปร่างต่างๆนั้นเอง เช่นรูปการ์ตูน รูปผักผลไม้ต่างๆ เพราะโดยปกติแล้วในการทำงานพิมพ์จากกระดาษนั้น รูปทรงของวัสดุแรกเริ่มเป็นทรงกระดาษเป็นแผ่นๆ ทรงสี่เหลี่ยนผืนผ้า ดังนั้นเมื่อต้องการอยากได้งานที่เป็นรูปทรงอื่นจึงนำมาตัดหรือการไดคัทนั้นเอง ซึ่งการไดคัทนั้น ผู้ที่รับพิมพ์สติ๊กเกอร์หรืองานพิมพ์จะมีทั้งแบบที่ใช้บล็อกหรือทำบล็อกขึ้นรูปงาน และการใช้เครื่องไดคัทที่ควบคุมด้วยซอฟแวร์นั้นเอง
        งานสติ๊กเกอร์ไดคัท Sticker ที่พบเห็นกันได้ทั่วไปเลยก็ เช่น สติ๊กเกอร์สินค้าหรือฉลากสินค้าที่ติดอยู่บนขวดบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ฝากระปุกครีมเป็นต้น ในการไดคัทงานสติ๊กเกอร์นั้น เวลาเลย์งานหรือจัดงานก่อนที่จะทำการไดคัททางผู้ที่รับพิมพ์สติ๊กเกอร์จะเผื่อขอบงานไว้เผื่อเวลาไดคัทเบี้ยว ไม่ตรง หรือเพื่อที่เวลาไดคัทจะได้ไม่ไปโดนสติ๊กเกอร์ตัวที่อยู่ถัดไป

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สติ๊กเกอร์มีส่วนประกอบอะไรบ้าง??


        สติ๊กเกอร์หรือกระดาษสติ๊กเกอร์ที่มีการใช้พิมพ์งานสติ๊กเกอร์ ตามร้านหรือที่ผู้รับทำสติ๊กเกอร์ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้น หลักแล้วๆจะมีสติ๊กเกอร์ 1 แผ่น ที่ยังไม่มีการพิมพ์หมึกสีต่างๆลงไป จะประกอบด้วย
   1.ส่วนผิวหน้าหรือส่วนที่อยู่ด้านบนสุดของกระดาษสติ๊กเกอร์ เป็นส่วนที่ใช้รองรับการพิมพ์หรือรับหมึกสี ต่างๆ
   2.ส่วนที่เป็นกาว ถือเป็นส่วนสำคัญของสติ๊กเกอร์เลยก็ว่าได้ เพราะในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้สติ๊กเกอร์สามารถนำไปใช้ติดกับวัสดุหรือ พื้นผิวต่างๆได้
   3.สารที่เคลือบอยู่บนกระดาษรองสติ๊กเกอร์ ช่วยให้ตัวกาวและกระดาษรองสติ๊กเกอร์สามารถติดกันได้และเวลาลอกออกกระดาษจะไม่ขาด ซึ่งเวลาที่ลอกสติ๊กเกอร์จะง่ายหรือยากนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวสารเคลือบที่อยู่บนกระดาษรองสติ๊กเกอร์ด้วย
   4.กระดาษรองสติ๊กเกอร์ เป็นส่วนประกอบที่อยู่ด้านล่างสุด ที่พบเห็นกันมากๆก็จะมีแบบที่เป็นกระดาษรองสีเหลืองและสีขาว
        ส่วนประกอบหลักๆของสติ๊กเกอร์ก็จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน นั้นเอง โดยกระดาษสติ๊กเกอร์ส่วนใหญ่ก็จะมีสีขาวเหมือนกับกระดาษปกติทั่วไป ก่อนที่จะนำไปพิมพ์โดยทางผู้รับทำสติ๊กเกอร์นั้น ก็จะมีการพิมพ์ทั้งพิมพ์สีปกติ และสีพิเศษ เช่น สีทอง สีเงิน และเทคนิคหลังการพิมพ์ เช่น การเคลือบมัน/ด้าน การไดคัทเป็นรูปต่างๆตามความต้องการ