แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับพิมพ์เมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับพิมพ์เมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

เทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ที่ใช้เพิ่มความความสวยงามให้กับเมนูอาหาร



         งานพิมพ์เมนูอาหารนั้น ตามขั้นตอนปกติในการทำงานพิมพ์ก็คือการพิมพ์สี ซึ่งบางทีอาจจะมองว่าธรรมดาเกินไป ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่าง หรือโดดเด่น นอกจากการออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร ดังนั้น เรามาดูเทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ที่ใช้เพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เมนูอาหาร ซึ่งก็มีหลายวิธี งานที่ออกมาก็ต่างกันไป เช่น
1.การเคลือบจะมีทั้งแบบเคลือบเงาและเคลือบด้าน ซึ่งงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันไป การเคลือบเงางานที่ออกมาจะมันเงา ส่วนการเคลือบด้านจะดูด้านๆมั่วๆเหมือนฝ้ากระจกหรือไอหมอก แต่ก็สามารถมองเห็นทะลุงานพิพม์ได้จะนิยมทำควบคู่ไปกับการ Spot UV หรือการเคลือบเฉพาะจุด
2.Spot UV หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าการเคลือบเฉพาะจุด เลือกทำเฉพาะบางส่วนของงานพิมพ์เท่านั้น นิยมทำคู่กับวิธีการเคลือบด้าน
3.ปั๊มนูนหรือปั๊มจม การใช้วิธีการปั๊มนั้น จะต้องมีการทำบล็อกเพื่อขึ้นรูปตำแหน่งที่ปั๊ม ส่วนที่ปั๊มจะนูนขึ้นมาจากเนื้อกระดาษถ้าเป็นปั๊มนูน แต่ถ้าเป็นปั๊มจม/ลึก ก็จะตรงข้ามกับปั๊มนูน
4.ปั๊มฟอยล์ การปั๊มฟอยล์ตัวฟอยล์ที่ใช้ในการปั๊มจะมีหลายสีแต่ที่นิยมใช้งานกันจะเป็นฟอยล์สีเงินและสีทอง ในการทำก็ต้องทำบล็อกขึ้นรูปเหมือนกัน ซึ่งในขั้นตอนการปั๊มฟอยล์นั้นหากทำไม่ดี ฟอยล์จะไม่ติดแน่นหรือหลุดจะเห็นเป็นรอยด่างๆ
5.ไดคัทตามแบบในส่วนของการไดคัทสามารถทำได้ตามความต้องการเลยว่าจะไดคัทเป็นแบบไหนรูปอะไร ซึ่งการไดคัทนะสามารถทำได้ทั้งแบบไดคัทเครื่องและการทำบล็อกขึ้นรูปไดคัท
6.การพิมพ์สีพิเศษ หรือหมึกพิเศษ เช่น สีทอง หรือสีเงิน สีที่มุก
ในการทำพิมพ์เมนูอาหารนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำเป็นงานเคลือบทั้งเล่มเพราะว่าจะช่วยทำให้งานดูสวยงามขึ้น และการเคลือบยังสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเมนูอาหารได้ด้วยเพราะการเคลือบ PVC นั้นจะทำให้ตัวงานพิมพ์เมนูอาหารฉีกขาดยากขึ้นและสามารถใช้ผ้าชุบน้ำหรือแอลกอฮอร์เช็คทำความสะอาดได้

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด



งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น ถือเป็นงานพิมพ์เมนูอีกแบบที่นิยมใช้งานกัน เนื่องจากมีความคงทนและดูสวยงาม ดูหรู ซึ่งงานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น ตัวปกทั้งหน้า-หลัง จะนิยมทำเป็นแบบจั่วปัง คือ พิมพ์ลวดลายต่างๆ ลงบนกระดาษสติ๊กเกอร์แล้วนำไปติดหุ้มกับกระดาษแข็งจั่วปังอีกที เนื่องจากเป็นกระดาษแข็ง และมีความหนาพอสมควรทำให้มีความทนทานมากกว่าการทำเป็นปกอ่อนหรือกระดาษทั่วไปนั้นเอง ส่วนกระดาษเนื้อในหรือด้านในก็จะเป็นกระดาษอาร์ตการ์ดที่มีความหน้าตั้งแต่ 230 – 350 แกรม
งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น จะต้องทำการตีเส้นพับทุกหน้าทั้งตัวปกและเนื้อใน เพื่อให้สะดวกในการเปิดใช้งานนั้นเอง วึ่งเส้นพับของปกจะต้องใหญ่กว่าเนื้อใน นอกจากนั้นเมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น ตัวหมุดมีให้เลือกใช้หลากหลายสี สีที่นิยมใช้กันจะเป็นหมุดสีเงินและสีทอง 1 เล่ม ก็จะใช้หมุดประมาณ 2-4 ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของงานอีกที โดยขนาดของงานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด หรือตอกหมุดที่นิยมใช้กันก็จะมี
  • เมนูอาหารแบบเย็บหมุด ขนาดสำเร็จ A-3(11.5'' x 16.5'')
  • เมนูอาหารแบบเย็บหมุด ขนาดสำเร็จ A-4(8.25'' x 11.5'')
  • เมนูอาหารแบบเย็บหมุด ขนาดสำเร็จ A-5(8.25'' x 5.75'')
  • ขนาดตามความต้องการ
สำหรับเทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ที่นิยมใช้เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น จะเป็นการเคลือบทั้งแบบเงาและด้าน และการ Spot UV รูปอาหารต่างๆ นั้นเอง

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขนาดมาตราฐานของงานพิมพ์เมนูอาหาร



ในการสั่งทำเมนูอาหาร หากจะให้ง่ายในการขอราคาและงานในการจัดทำ ขนาดของงานควรจะเป็น ขนาดมาตราฐาน ซึ่งขนาดงานพิมพ์เมนูอาหารนั้น ส่วนใหญ่ที่ทางร้านที่รับพิมพ์เมนูอาหารนิยมทำ ก็จะมี
    1.ขนาดสำเร็จ A-4 (8.25'' x 11.5'')
เมนูอาหารขนาด A-4 นั้น จะนิยมทำกันเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบหมุด ปีกผีเสื้อ เข้าห่วง หรือเย็บมุงหลังคา โดยที่ A-4 จะเป็นขนาดสำเร็จ พอกางออกทั้งหมดก็จะเป็นขนาด A-3 นั้นเอง
    2.ขนาดสำเร็จ A-3 (11.5'' x 16.5'')
เมนูอาหารขนาดสำเร็จ A-3 ถือว่าค่อนข้างใหญ่ คือใหญ่เป็นอีกเท่าตัวของขนาด A-4 นั้นเอง รูปแบบของเมนูอาหารขนาด A-3 นั้นจะนิยมทำเป็นแบบเย็บหมุด เข้าห่วง หรือแบบแผ่นพลาสวูด
    3.ขนาดตามความต้องการ ขึ้นอยู่กับการออกแบบว่าอยากได้ขนาดงานเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่แล้วทางร้านที่รับพิมพ์เมนูอาหารนั้น จะทำขนาดใหญ่สุดได้ไม่เกิน A-2 (16.5'' x 23'') ในกรณีของงานพิมพ์ดิจิตอล

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อแนะนำในการเมนูอาหารแบบเย็บหมุด


        งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด หรือตอกหมุดนั้น ส่วนใหญ่ที่มีการรับทำเมนูอาหารหรือรับพิมพ์เมนูอาหารนั้น ตัวปกจะนิยมทำเป็นจั่วปังหรือกระดาษแข็งแล้วหุ้มด้วยกระดาษสติ๊กเกอร์ และจะมีการตีเส้นพับทุกหน้าตรงขอบเล่มเพื่อสะดวกในการเปิดดู และจะนิยมเคลือบไม่ว่าจะเป็นเคลือบเงาหรือเคลือบด้านเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เมนูอาหาร ดังนั้นเรามาดูข้อแนะนำสำหรับการทำงานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุดกันว่ามีอะไรบ้าง

1.เมนูอาหารแบบเย็บหมุดไม่ควรเลือกทำตัวรูปเล่มเป็นโทนสีดำหรือสีเข้มเพราะ งานสีเข้มเวลาตีเส้นพับ ในส่วนที่ตีเส้นพับตัวกระดาษจะแตกและเป็นรอยไม่สวย โดยเฉพาะถ้าเลือกใช้กระดาษที่มีความหนามากๆ ก็จะยิ่งเกิดรอยแตกได้เยอะ และเวลาคลือบตัวพลาสติกที่ใช้เคลือบก็จะพองตัวเช่นกัน

2.เวลาทำไฟล์งานสำหรับใช้พิมพ์ ควรจะมีการเผื่อขนาดของสำหรับไว้เย็บหมุดและในส่วนของเนื้อในควรเว้นขอบไว้ขยับออกมาให้มากกว่าปกนอกเพราะเวลาเข้าเล่มแล้วเปิดออก ส่วนที่ตีเส้นพับด้านในจะได้พอดีกับเส้นพับของปกนอก

3.งานพิมพ์เมนูอาหารที่มีการ SpotUV ควรจะทำการเคลือบด้วยเพื่อเพิ่มความสวยงานให้กับงานพิมพ์
ข้อความข้างบนเป็นเพียงข้อแนะนำบ้างส่วนในการทำเมนูอาหาร สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มทำงานพิมพ์เมนูอาหาร ซึ่งหากว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเวลาที่ติดต่อกับผู้ที่รับทำเมนูอาหารสามารถขอคำปรึกษาได้เพราะผู้ที่มีความชำนาญในงานพิมพ์ย่อมสามารถให้ข้อมูลดีๆได้

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รูปแบบและขนาด ที่นิยมในการพิมพ์เมนูอาหาร

       งานพิมพ์เมนูอาหาร รายการอาหารและเครื่องดื่มนั้น มีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการออกแบบงาน แต่รูแปบบของเมนูอาหารที่มีการนิยมทำหรือสั่งพิมพ์กันนั้น เช่น
       1.เมนูอาหารแบบเย็บหมุด ส่วนใหญ่จะมีการเย็บหมุดไม่เกิน 4 ตัว สีของตัวหมุดก็ต่างกันไป เช่น หมุดสีเงิน/ทอง
       2.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบซ่อนหมุด จะคล้ายกับแบบเย็บหมุด แต่ตัวหมุดจะอยู่ด้านในเล่มเมนู และการเข้าเล่มแบบซ่อนหมุดนั้น ช่วยลดรอยขีดข่วนเวลาที่นำเมนูอาหารวางซ่อนกันด้วย
       3.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบ เข้าห่วงกระดูกงู
       4.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบเย็บหมุดกลาง
       5.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา หรือเย็บแม็กนั้นเอง
       6.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบสันรูด
       7.เมนูอาหารที่มีการเข้าเล่มแบบเย็บด้าย
       8.เมนูอาหารแบบพับ ไม่ว่าจะเป็นแบบพับครึ่ง หรือพับ 2 ได้ 3 ตอน
นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอีกหลายรูปแบบที่นิยมทำกันขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สั่งทำ ส่วนขนาดที่นิยมในการรับพิมพ์เมนูอาหารนั้น จะมีขนาดสำเร็จอยู่ระหว่าง ขนาด A-3 ถึง A-5 เพราะถ้าหากว่าเล็กหรือใหญ่กว่านี้ไปแล้วจะให้ลำบากในการใช้งาน