วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

การ์ดเชิญไดคัท



การ์ดเชิญไดคัทนั้น ก็เหมือนกับการ์ดเชิญปกติทั่วไป แต่จะมีความพิเศษกว่า คือ จะมีการได้คัทหรือตัดออกเป็นรูปแบบต่างๆที่ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมนั้นเอง เช่น ไดคัทเป็นหัวใจ ไดคัทมุม ฯลฯ การรับพิมพ์การ์ดที่จะต้องมีการไดคัทงานนั้น จะใช้เวลาในการทำงานมากกว่าการ์ดเชิญปกติ แต่การพิมพ์และกระดาษที่ใช้ก็เหมือนกับการพิมพ์การ์ดแบบปติ
การ์ดไดคัท หรือการนำเอาวิธีการไดคัทมาใช้ร่วมกับการทำการ์ดนั้น ส่วนใหญ่จะนิยมทำกับการ์ดแบบพับ หรอืการ์ดป๊อบอัพ ที่จะมีการไดคัทเป็นชิ้นๆแล้วนำมาประกอบอีกที งานที่ได้ออกมาจะดูครีเอทและแตกต่างไปจากการ์ดที่พบเห็นอยู่ทั่วไป กระดาษที่ใช้ในการทำการ์ดไดคัท ควรจะเป็นกระดาษที่มีความหนาตั้งแต่ 190 g ขึ้นไป สำหรับการไดคัทนั้นสามารถทำได้ทั้งแบบใช้เครื่องไดคัท และการทำบล็อกปั๊ม ซึ่งต้องดูรายละเอียดงานอีกที เช่น ในส่วนของกระดาษ เพราะการไดคัทโดยใช้เครื่องนั้นบางเครื่องมีข้อจำกัด เช่น ไดคัทกระดาษได้หนาสุดที่ 230 แกรม สำหรับการทำไฟล์งานเพื่อนำมาทำงานพิมพ์การ์ดไดคัทนั้น ควรหลีกเลี่ยงการออกแบบที่มีรายละเอียดงานเยอะ เช่น ลายเส้นที่ไดคัทเล็กๆ เพราะหากลายละเอียดงานเล็กมากๆ เวลาไดคัทออกมาอาจจะขาดได้ ทำให้เสียมากกว่าดี

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

งานพิมพ์หนังสือขนาดมาตราฐาน



           งานพิมพ์หนังสือขนาดมาตราฐาน หรือขนาดงานที่นิยมรับพิมพ์หนังสือกันนั้น จะเป็นขนาดงานที่สามารถหากซองหรือมีถุงต่างๆใส่ได้ง่าย และเวลาเวลาประหยัดกระดาษเพราะสามารถตัดขนาดกระดาษได้ลงตัวไม่เหลือเหลือเศษมากนั้นเอง โดยขนาดงานสำเร็จของงานพิมพ์หนังสือที่นิยมได้แก่
1.ขนาด A-4(8.25'' x 11.5'')
2.ขนาด A-5(8.25'' x 5.75'')
3.ขนาด A-4(4.13'' x 5.75'')
            ซึ่งการทำหนังสือออกมาแต่ละเล่มนั้นจะเลือกทำออกมาเป็นขนาดเท่าไหร่ ก็ต้องดูตามความเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งาน จำนวนหน้าที่มี และความต้องการของเจ้าของงาน เช่น การรับพิมพ์หนังสือนิยายหรือพ็อกเก็ตบุ๊ค ส่วนใหญ่จะทำออกมาเป็นขนาด A-5 เพราะถือว่ามีขนาดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก หนังสือธรรมมะหรือหนังสือสวดมนต์จะนิยมทำเป็นขนาด A-5 และ A-6 นิยมทำเป็นขนาดเล็กเพื่อความสะดวกในการเปิดอ่านและมีเนื้อหาไม่มาก แต่ถ้าหากเป็นหนังสือประเภทหนังสือเรียนหรือตำราคาเรียน จะนิยมทำเป็นขนาด A-4 เพราะว่ามีเนือ้หาต่างๆค่อนข้างเยอะ ดังนั้นหากใครที่คิดจะทำหนังสือเป็นของตัวเองควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆเหล่านี้ด้วย

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ขั้นตอนในการทำงานพิมพ์ป้ายแท็ก



งานพิมพ์ป้ายแท็ก หรือป้ายสินค้านั้นโดยปกติที่มีการรับทำป้ายแท็กนั้น งานสำหรับเวลาใช้งานนั้นก็จะเป็นป้ายกระดาษและมีรูเจาะพร้อมเชือกสำหรับมัดหรือคล้องกับสินค้าหรือสิ่งของต่างๆ ซึ่งขั้นตอนในการผลิตคราวๆ ได้แก่
1.เตรียมไฟล์สำหรับพิมพ์
2.พิมพ์จริงโดยยึดสีตามไฟล์งานต้นฉบับ
3.ตัดเป็นชิ้นจริง ขนาดสำเร็จ
**หากเป็นงานพิมพ์ป้ายแท็กที่ต้องมมีการไดคัทตามแบบหรือไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยมต้องทำการปั๊มไดคัทตามแบบอีกที
4.เจาะรูสำหรับร้อยเชือก
5.QC หรือตรวงสอบงานก่อนส่งมอบ
สำหรับขั้นตอนการตัดเป็นชิ้นสำเร็จและการเจาะรูสำหรับร้อยเชือกนั้น จะทำขั้นตอนไหนก่อน-หลัง ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ความเหมาะสม และความสะดวกในการทำงานของผู้รับทำป้ายแท็กอีกที สำหรับตัวรูเจาะสามารถกำหนดขนาดรูได้ตามต้องการเลยแต่ ส่วนใหญ่แล้วควรจะมีขนาดตั้งแต่ 3 mm. ขึ้นไป เพราะถ้าหากว่าเล็กกว่านี้กระดาษจะขาดและรูเจาะจะไม่เรียบร้อย

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

งานพิมพ์หนังสือเข้าเล่มแบบไหนได้บ้าง



ก่อนจะออกมาเป็นงานพิมพ์หนังสือสักหนึ่งเล่มนั้น จะต้องมีการเข้าเล่มให้เรียบร้อยก่อนเพื่อที่หน้าปกและเนื้อหารวมกันเป็นเล่ม ซึ่งในการรับพิมพ์หนังสือนั้น มีรุปแบบการเข้าเล่มที่เยอะพอสมควรสามารถเลือกใช้รูปแบบการเข้าเล่มได้ตามความเหมาะสอมของหนังสือนั้นๆ
1.การเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคา หรือการเย็บแม็คตรงกลางนั้นเองเหมาะกับหนังสือที่มีจำนวนหน้าไม่มาก ซึ่งการเข้าเล่มแบบเย็บมุงหลังคานั้นใช้เวลาในการทำน้อย และต้นทุนไม่มากเมื่อเทียบกับวิธีการเข้าเล่มแบบอื่นๆ
2.การเข้าเล่มแบบไสกาว ซึ่งงานพิมพ์หนังสือส่วนใหญ่จะนิยมใช้วิธีไสกาวงานสำเร็จออกมาการเข้าเล่มดูเรียบร้อย และแน่นหนา เหมาะกับหนังสือที่มีจำนวนหน้าไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป เช่น มีจำนวนหน้าไม่ควรเกิน 150 หน้า
3.การเข้าเล่มแบบกาวหัว เหมาะกับงานพิมพ์หนังสือประเภทสมุดโน๊ต
4.การเข้าเล่มแบบสันกาว จะคล้ายกับไสกาวแต่งานที่ได้มาจะแน่นหนากว่าและสามารถเข้าเล่มหนังสือจำนวนหน้าได้มากกว่าการเข้าเล่มไสกาว
5.การเข้าเล่มแบบเข้าห่วงกระดูกงู หนังสือที่มีการเข้าเล่มแบบนี้สามารถเปิดได้ถึง 360 องศา
6.การเข้าเล่มแบบเย็บกี่ ในการรับพิมพ์หนังสือที่มีการเข้าเล่มแบบเย็บกี่นั้นเหมาะกับหนังสือที่มีความหนามากๆ เช่น หนังสือสารานุกรม เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เปลี่ยนการ์ดต่างงานที่ดูธรรมดา ให้ไม่ธรรมดาด้วยเทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์



งานแต่งงานสักครั้งนึง ใครหลายๆคนก็คงอยากจะทำการ์ดแต่งงานให้ออกมาดูดีและสวยที่สุด ดังนั้นทางผู้ที่รับพิมพ์การ์ดแต่งงานหรือู้ให้บริการงานพิมพ์ต่างๆ จึงมีเทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ไว้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการนั้นเอง ซึ่งวิธีที่นิยมใช้ก็ได้แก่
1.การเคลือบ โดยปกติจะมีแบบเงาและด้าน ซึ่งมีทั้งเคลือบ UV PVC ถ้าหากว่าเป็นงานพิมพ์ดิจิตอลจะเป็นการเคลือบ PVC แต่ถ้าเป็นงานพิมพ์ระบบออฟเซทจะเป็นการเคลือบ UV
2.ปั๊มนูน ส่วนใหญ่จะเลือกทำหรือปั๊มเฉพาะจุดที่ต้องการให้เกิดความโดดเด่น เช่น โลโก้
3.การเคลือบเฉพาะจุด Spot UV นิยมทำคู่กับการเคลือบด้านเพราะการ Spot UV นั้น ส่วนที่ทำจะมันเงาและนูนขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งตัดกับพื้นงานส่วนอื่นที่เป็นแบบด้าน จึงทำให้ส่วนที่ Spot UV นั้นดูเด่นและสีตัดกับพื้นหลัง
4.ปั๊มฟอยล์ที่นิยมทำจะมีฟอยล์เงินและฟอยล์ทอง แต่ที่จริงก็มีสีอื่นๆด้วย เช่น สีชมพู เขียว น้ำเงิน ฯลฯ
5.การไดคัท เป็นการตัดกระดาษออกเป็นรูปร่างต่างๆตามความต้องการ
6.การพับ จะนิยมทำกับการ์ดแต่งงานแบบพับ ทางผู้ที่รับพิมพ์การ์ดแต่งงานจะทำการตีเส้นพับ เพราะถ้าหากไม่ตีเส้นพับก่อนเวลานำไปพับส่วนที่เป็นรอยพับกระดาษจะแตก ยิ่งกระดาษหนามากเท่าไหร่รอยแตกก็จะยิ่งชัดขึ้นเท่านั้น

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ข้อดีของงานพิมพ์กล่องสบู่



           กล่องสบู่หรือกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่สบู่นั้น ก็เหมือนกับงานพิมพ์กล่องสบู่ กล่องบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ทั่วไป ซึ่งอาจจะแตกต่างกันขนาด สีสัน และรูปแบบของกล่อง ซึ่งประโยชน์และวัสดุประสงค์ของการนำไปใช้งานก็เหมือนกันกับกล่องบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้แก่
-สามารถส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำให้กับสินค้าหรือแบรนด์สินค้าได้ โดยเฉพาะงานพิมพ์กล่องสบู่ ที่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากมีอยู่ทั่วไป
-ป้องกันความเสียให้กับตัวสบู่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการขนส่ง เคลื่อนย้าย การกระแทก โยน หรือแม้กระทั่ง อุณหภูมิ อากาศ
-ง่ายและสะดวกต่อการจัดเก็บ หยิบจับ หรือขนส่ง กล่องสบู่ส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งเวลาที่จัดเก็นหรือแพ็คของเก็บและนำมารวมกันนั้น จะย้ายเพราะด้วยรูปทรงของกล่องสามารถนำมาวางซ้อนทับกันและเก็นไว้เป็นส่วนๆได้
-เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า งานพิมพ์กล่องสบู่ที่สวมงาม มีข้อมูลครบถ้วน ตัวกล่องดูหรูหรา สามารถช่วยทำให้สบู่นั้นดูมีมูลค่า
-กล่องสบู่ที่ทำมาจากกระดาษ สามารถย่อยสลายได้ง่าย มากกว่างานพิมพ์กล่องสบู่ที่ทำมาจากพลาสติก โดยเฉพาะถ้าใช้กระดาษรักษ์โลก
งานพิมพ์กล่องสบู่หรือกล่องบรรจุภัณฑ์นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำมาจากกระดาษมากกว่าพลาสติก ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและจัดเก็บง่ายเพราะกล่องแบบกระดาษนั้น ก่อนที่จะนำไปใช้ใส่สบู่สามารถที่จะพับเก็บตามรูปแบบของงานได้นั้นเอง

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

เทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ที่ใช้เพิ่มความความสวยงามให้กับเมนูอาหาร



         งานพิมพ์เมนูอาหารนั้น ตามขั้นตอนปกติในการทำงานพิมพ์ก็คือการพิมพ์สี ซึ่งบางทีอาจจะมองว่าธรรมดาเกินไป ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่าง หรือโดดเด่น นอกจากการออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร ดังนั้น เรามาดูเทคนิคพิเศษหลังการพิมพ์ที่ใช้เพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์เมนูอาหาร ซึ่งก็มีหลายวิธี งานที่ออกมาก็ต่างกันไป เช่น
1.การเคลือบจะมีทั้งแบบเคลือบเงาและเคลือบด้าน ซึ่งงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันไป การเคลือบเงางานที่ออกมาจะมันเงา ส่วนการเคลือบด้านจะดูด้านๆมั่วๆเหมือนฝ้ากระจกหรือไอหมอก แต่ก็สามารถมองเห็นทะลุงานพิพม์ได้จะนิยมทำควบคู่ไปกับการ Spot UV หรือการเคลือบเฉพาะจุด
2.Spot UV หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่าการเคลือบเฉพาะจุด เลือกทำเฉพาะบางส่วนของงานพิมพ์เท่านั้น นิยมทำคู่กับวิธีการเคลือบด้าน
3.ปั๊มนูนหรือปั๊มจม การใช้วิธีการปั๊มนั้น จะต้องมีการทำบล็อกเพื่อขึ้นรูปตำแหน่งที่ปั๊ม ส่วนที่ปั๊มจะนูนขึ้นมาจากเนื้อกระดาษถ้าเป็นปั๊มนูน แต่ถ้าเป็นปั๊มจม/ลึก ก็จะตรงข้ามกับปั๊มนูน
4.ปั๊มฟอยล์ การปั๊มฟอยล์ตัวฟอยล์ที่ใช้ในการปั๊มจะมีหลายสีแต่ที่นิยมใช้งานกันจะเป็นฟอยล์สีเงินและสีทอง ในการทำก็ต้องทำบล็อกขึ้นรูปเหมือนกัน ซึ่งในขั้นตอนการปั๊มฟอยล์นั้นหากทำไม่ดี ฟอยล์จะไม่ติดแน่นหรือหลุดจะเห็นเป็นรอยด่างๆ
5.ไดคัทตามแบบในส่วนของการไดคัทสามารถทำได้ตามความต้องการเลยว่าจะไดคัทเป็นแบบไหนรูปอะไร ซึ่งการไดคัทนะสามารถทำได้ทั้งแบบไดคัทเครื่องและการทำบล็อกขึ้นรูปไดคัท
6.การพิมพ์สีพิเศษ หรือหมึกพิเศษ เช่น สีทอง หรือสีเงิน สีที่มุก
ในการทำพิมพ์เมนูอาหารนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำเป็นงานเคลือบทั้งเล่มเพราะว่าจะช่วยทำให้งานดูสวยงามขึ้น และการเคลือบยังสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเมนูอาหารได้ด้วยเพราะการเคลือบ PVC นั้นจะทำให้ตัวงานพิมพ์เมนูอาหารฉีกขาดยากขึ้นและสามารถใช้ผ้าชุบน้ำหรือแอลกอฮอร์เช็คทำความสะอาดได้